สารปรอท (Mercury) - Skin Innovations

สารปรอท (Mercury)

สารสเตียรอยด์ (Steroids)
September 2, 2016
สารมิเนอรัล ทัลค์ (Mineral Talc)
September 2, 2016

สารปรอท (Mercury)

ปรอท เป็นโลหะหนักชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นของเหลวที่มีสีเป็นขาวคล้ายกับสีเงิน ซึ่งด้วยคุณสมบัติพิเศษปรอทจะเป็นของเหลวเมื่ออยู่ในอุณหภูมิที่ปกติและสามารถที่จะระเหยกลายเป็นไอได้ นอกจากนี้แล้วปรอทยังสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นโลหะแข็งได้อีกด้วย จึงทำให้ปรอทถูกนำมาใช้ประโยชน์หลากหลายได้ ซึ่งได้แก่ การนำใช้ในการผลิตเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ นำไปใช้ในอุตสาหกรรมไฟฟ้า อย่างเช่นในการทำสวิตช์อัตโนมัติสำหรับตู้เย็น เป็นตัวทำละลายที่ดีสำหรับโลหะบางชนิด และ ใช้ในอุตสาหกรรมการทำหมวกสักหลาด ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถช่วยในการยับยั้งไม่ให้เกิดการสร้างเม็ดสีในผิวหนัง โดยทำให้สีผิวนั้นดูจางลง จึงทำให้ปรอทถูกนำมาใช้ในเครื่องสำอาง ซึ่งมักนิยมนำมาใช้อยู่ 2 รูปแบบคือ

  1. รูปแบบของ Inorganic Mercury  อย่างเช่น Ammoniated Mercury  ที่มักจะถูกนำมาผสมในเครื่องสำอางที่ช่วยให้หน้าขาว  โดยปรอทที่ถูกผสมลงไปนั้นจะช่วยไปช่วยยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ส่งผลทำให้ไม่สามารถสร้างเม็ดสีได้
  2. รูปแบบของ Organic Mercury อย่างเช่น Phenyl Mercuric Salts ที่มักถูกนำมาใช้เป็นสารกันเสียในเครื่องสําอางรอบดวงตา โดยปรอทมีข้อดี คือ สามารถที่จะยับยั้งการปนเปื้อนของเชื้อ Pseudomonas spp.ได้   ซึ่งหากเกิดการติดเชื้อจาก Pseudomonas spp. อาจจะส่งผลรุนแรงถึงขั้นตาบอดได้ ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้กระทรวงสาธารณสุขจึงอนุญาตให้ใช้สารปรอทในเครื่องสำอางได้ แค่เฉพาะกรณีที่เป็นวัตถุกันเสียในเครื่องสําอางที่ใช้บริเวณรอบดวงตาเท่านั้น

โดยสารปรอทเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอางครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.2532 แต่ในปัจจุบันก็ยังมีการนำสารปรอทที่เป็นโลหะหนักมาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์เสริมความงามกันเป็นจำนวนมาก โดยเมื่อไรที่พิษของปรอทสะสมในร่างกายแม้ได้รับในปริมาณน้อย  แต่ก็สามารถทำให้คนที่ใช้ครีมมีผิวบางลง ส่งผลทำให้ผิวหรือบริเวณใบหน้าของเรามีความไวต่อแสงมากกว่าปกติ และอาจส่งผลทำให้เกิดเป็นผื่นแดงขึ้นได้อีกด้วย นอกจากนี้แล้วในผู้ใช้บางรายอาจส่งผลทำให้ผิวเกิดการเปลี่ยนสีกลายเป็นสีดำคล้ำ บางรายอาจมีอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ และเมื่อไรที่ร่างกายเกิดมีการดูดซึมสารปรอทเข้ากระแสเลือดก็จะส่งผลทำให้เกิดการอักเสบของตับ ไต และทางเดินปัสสาวะ ทั้งนี้อาจจะรวมไปถึงส่งผลต่อระบบประสาทและการทำงานของสมองด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *